ประกันกำลังจะหมด..
อย่างที่เล่าไปเมื่อไม่กี่วันก่อน
คอมพิวเตอร์เรากำลังจะสิ้นชีพ
และเราก็กะจะเอามันไปซ่อมเร็วๆนี้
ตอนนี้อาการคือวินโดวไม่สมบูรณ์
วินโดวอัพเดทไม่สามารถหาไฟล์อัพเดทได้
ไออีไม่ทำงาน ลำโพงไม่ทำงาน
(วินโดวบอกว่าลำโพงไม่ได้ installed ทั้งๆที่มันเคยใช้งานได้)
แอนติไวรัสสแกนอีเมลไม่ได้
อะโดเบ้รีดเดอร์ ไว้อ่านพีดีเอฟไม่ทำงาน
เอ่อ ที่พูดมาทั้งหมดนี่ มันแทบจะเสียทุกอย่างแล้วนะ ฮ่าๆ
ก็นั่นล่ะ กำลังจะเอาไปซ่อมค่ะ ประกันยังเหลือ
ปรากฏว่าวันนี้ ระบบแว้บขึ้นมาให้อ่าน
บอกว่า ประกันคุณกำลังจะหมด จะทำอะไรก็ทำ
มีออพชั่นให้เลือก อันแรกคือ อ่านเพิ่ม
อันที่สองบอกว่า ต่อประกัน อันที่ 3 บอกว่า ขอบคุณ แต่ชั้นต่อแล้ว
เราก็คลิกอ่านเพิ่ม ปรากฏว่าอ่านไม่ได้
ลืมไป ไออีไม่ทำงาน ฮ่วย
โชคดีนะเนี่ย ยังเปิดไฟร์ฟอกซ์ได้ และเล่นเอ็มได้
ไม่งั้นล่ะยังกับขาดมือขาดเท้าเลยทีเดียว
เรากะจะรอให้คีธกลับมาก่อนค่อยเอาไปซ่อม
ให้คีธเอาไปนั่นแหละ แล้วก็จะได้มีคอมใช้ด้วย
คือคีธกลับมาพร้อมแลปทอปไง
แต่พอมันเตือนแบบนี้ก็แว้กๆแล้ว มันเหลืออีกกี่วันกันนี่
มันจะหมดก่อนคีธกลับมาหรือเปล่า เริ่มกังวล (ด้วยความงก ฮ่าๆ)
คีธโทรมาพอดีเลยได้ถาม คีธบอกมันประกัน 12 เดือน
กว่าจะหมดจริงๆก็ต้นเดือนพฤศจิกาโน่น
ค่อยยังชั่ว เล่นเตือนแต่หัววัน ตกใจหมดเลย
ความจริงที่ค้นพบคือ..
พอประกันจะหมด อะไรก็เสีย
ดีนะ มันไม่เสียหลังวันประกันหมด ไม่งั้นล่ะใจสลาย ฮ่าๆ
วันนี้งานไม่ได้ยุ่งนะ ทำไปเรื่อยๆ
แต่ปัญหาคือระบบกวนตีน ทำอะไรไม่ได้ตั้งหลายอย่าง
เล่นเอาเราปวดหัวเลย จะทำจ่ายวันนี้ก็ทำไม่ได้
ถ้าพรุ่งนี้ไม่ได้อีกก็ตัวใครตัวมัน โอกาสสุดท้ายก่อนสิ้นเดือน
เรื่องคนที่ทำงานที่เคยบอกว่าจะเล่าให้ฟัง
วันนี้ฤกษ์ดี นินทาชาวบ้านดีกว่า ฮ่าๆ
คือที่ทำงานเรามีคนอเมริกันคนนึง เพิ่งย้ายมาจากเมลเบิร์น
คือก็ตั้งแต่ตอนแรกแล้วล่ะที่เราเข้าไป เราสัมผัสได้ว่าคนอื่นไม่ค่อยชอบเค้า
ตอนแรกก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่หลังจากอยู่กับเค้า 2 วัน
ขอพานาดอล (ยาพาราที่นี่) ให้รุ่งธิวาสองเม็ดค้า
คือเค้าพูดเยอะมากกกกกกก เยอะแบบ เฮ้ย หยุดซักที
เรานั่งทำงานกับเค้า 2 วัน ทนไม่ได้น่ะ เครียดเลย
คือเวลาเราทำงาน เราจะเงียบมาก มีสมาธิ
แต่ยัยนี่บางทีอ่านเมลก็หัวเราะขึ้นมาอย่างดัง
แล้วก็อ่านเมลให้เราฟัง ชวนคุย ซึ่งมันรบกวนมากกก
แล้วเค้าเป็นคนที่แบบว่า เค้าทำอะไรแล้วชอบจะรายงาน
คือจะบอกว่าชั้นทำอันนี้ๆ แบบ เฮ้ย ไม่ต้องบอกก็ได้ไม่อยากรู้
ทำๆไปเหอะ ทำอะไรก็ทำป๊ายยยยย
จริงๆแล้วคนนี้ควรจะทำงานที่เราทำตอนนี้
คือเรื่องมันมีอยู่ว่า..
คนนี้เป็นพาร์ทเนอร์ของคนที่ถูกย้ายมาจากเมลเบิร์น
ตำแหน่งก็สูง แล้วก็เลยเสียงดัง
บอกว่าย้ายไอไป ต้องให้ตำแหน่งใน account dept. กับเมียไอด้วย
ซึ่งตอนอยู่เมลเบิร์นเค้าทำแอดมิน
พอมาอยู่ออฟฟิศที่นี่ ต้องมาทำบัญชี
ปรากฏว่าเค้าทำอะไรไม่เป็น เรียนรู้ไม่ได้ด้วย
แล้วเราเข้าไปตอนเค้าไปฮอลิเดย์พอดี
พอเค้ากลับมา คนที่บัญชีก็บอกว่า ไม่เอาเค้า
จะเอาเค้าไปทำที่ไหนก็ไป เพราะเค้าทำบัญชีการเงินไม่ได้
ก็เลยโดนเอาตัวไปช่วยแอดมินและรีเซฟชั่น
มันเหมือนกับว่า มันไม่มีที่ลงให้เค้าน่ะ (น่าสงสารเหมือนกัน)
คือไม่เป็นที่ต้องการ แต่ก็กำจัดไม่ได้
แล้วไปทำแอดมินก็ทำงานไม่ได้เรื่องอีก
เราเห็นคนที่สอนงานเค้าเข้ามาบ่นกับแอนจี้ทุกวัน
เค้าบอกว่าทำไมทำงานที่เมลเบิร์นมาตั้งนาน
แต่ดูเหมือนทำอะไรไม่เป็น แก้ปัญหาไม่เป็น
ตอนนี้แอดมินก็ปวดหัวไป ส่วนบัญชีการเงินรอดตัวแล้ว ฮ่าๆ
คือถ้าให้มานั่งทำงานกับเราหลายวันกว่านั้น เราอาจจะไม่รอด
เพราะเค้าเป็นตัวปวดหัวจริงๆ ซึ่งเค้าคงไม่รู้ตัวอ่ะ
นอกจากเรื่องการทำงานแล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆอีก
อย่างเค้าทำออเดอร์ ก็มีหัวหน้างานอยู่แล้ว
แต่เวลามีปัญหา เค้าจะวิ่งไปถามปั๋วตัวเอง
ซึ่งมันเป็นการข้ามขั้นตอน แต่เค้าก็ถามในฐานะเมียมั้ง
ตอนหลังหัวหน้าเค้าก็ไปคุยกับพาร์ทเนอร์เค้า
ตอนนี้คงจะไม่มีอะไรก็วิ่งไปถามปั๋วอีกแล้วมั้ง
คือมันหลายเรื่องที่คนๆนี้ทำแล้วคนในออฟฟิศไม่พอใจ
พออยู่ๆไป เราก็เลยเข้าใจว่าทำไมคนอื่นไม่ชอบเค้า
เพราะเราก็เซ็งเค้าหลายเรื่องเหมือนกัน ใน 2 วันที่นั่งทำงานด้วยกันนั่นแหละ
มาบ่นกับคีธ มันยังมาพูดประมาณคนอเมริกันก็งี้แหละ แต่ไม่มีไรหรอก
วุ้ย อีนี่ ทำไมแก้ตัวแทนเค้า ต้องเข้าข้างเมียตัวเองสิ
อ้อแล้วที่เราไม่ชอบเค้าอีกอย่างก็คือ
คนที่สอนงานเค้ากลับบ้านเร็ววันนึงเพราะคอมใช้ไม่ได้
แล้วแฟนเค้าโทรมา เค้าก็บอกว่าคนนั้นกลับบ้านเร็ว
แต่ตัวเค้าเองก็กลับเร็วเหมือนกัน แต่ก็ไม่พูดว่าตัวเองกลับเร็ว
เราเลยรู้สึกแบบ ไรวะ ทำไมต้องว่าคนอื่นในขณะที่ตัวเองก็ทำเหมือนกัน
แต่ช่วงนี้ไม่ได้นั่งทำงานด้วยกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรละ
อย่ากลับมาอีกละกัน ชั้นจะกรี๊ดดดด ฮ่าๆๆ
ในที่สุดเมื่อวานก็ได้จัดการบิลแล้วนะคะ
เอาบิลมารวมไว้ในแฟ้มเดียว มี index คั่น
เรียงกันไป ค่าเช่าบ้าน ค่าโทรศัพท์ ค่ามือถือ
ค่าบัตรเครดิต อินเตอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ
เรียงกันไปแบบนี้ ก็ดูแล้วมีระเบียบดี
และมองเห็นด้วยว่าแต่ละเดือนจ่ายเงินไปเยอะแค่ไหน
นับรวมๆแล้วเยอะเหมือนกันนะ กี๊ด เยอะมากอ่ะ
แต่ยังดีที่เอา pay slip ของเราและของคีธไว้ก่อนจบ
เลยเห็นรายจ่ายเยอะๆแล้วมองเห็นรายได้ ก็ค่อยยังชั่วหน่อย ฮ่าๆ
ถ้าเห็นแต่รายจ่ายแต่ไม่มีรายได้มาปลอบใจนี่ อาจจะสติแตกได้ แฮ่
เมื่อวานไม่ได้ไปทำงาน ก็มีเวลามาก
เรื่อยเปื่อยอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นี่แหละ
เปิดเวบธนาคารดู เราเปิดบัญชีกับ ANZ
ซึ่งเปิดบัญชีแบบเรื่อยเปื่อยมาก มีหลายบัญชีจัด
แต่ยังไม่พอใจ ขอศึกษาอีกหน่อย
ชอบเวบไซต์ประเทศนี้ตรงที่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากๆนี่ล่ะ
เราดูเรื่อง saving มันก็จะมีทิปต่างๆ
มีบัญชีเซฟวิ่งที่ต่างกันออกไป
อันไหนดอกเบี้ยเยอะ อันไหนไม่มีค่าธรรมเนียม
แล้วก็เห็นว่า progess saver ที่เรามี
คือเราเปิดเป็น baby fund ตอนที่รู้ว่าท้องแรกๆ
เป็นเหมือนเงินฝากประจำบ้านเรา ถอนออกไม่ได้
มันให้ดอกโบนัสดอกเบี้ย 6% (ตอนนั้นว่าเยอะแล้ว)
เมื่อวานเห็นบัญชีอย่างอื่น online saver หรืออะไรนี่แหละ
อันนี้ดอกเบี้ย 7% แน่ะ โอ้ว เปิดๆ อยากได้ 7%
ก็เปิดๆไว้งั้นแหละ เราชอบทิ้งๆเงินไว้หลายๆบัญชี
เป็นเงินที่เราไม่แตะมันน่ะ มีที่ละนิดละหน่อย หลายที่ก็เยอะนะ
แบบเอาเงินเข้าเดือนละไม่เท่าไหร่ แบบยังไม่ทันรู้สึก
แต่เอาเข้าสม่ำเสมอ พอเวลาผ่านไปสักระยะ มันก็เป็นเงินก้อนนะ
ฟังดูเหมือนน่าเบื่อ หรือน่าปวดหัวสำหรับบางคน
แต่สำหรับเรา การจัดการเงิน มันสนุ้กสนุก แฮ่
เริ่มอัพไดตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง ตอนนี้สี่ทุ่มแล้ว
ใช้ความพยายามมากเลย
ควรแล้วเหรอที่อ่านแล้วก็ปิดไปอย่างไม่ใยดี???
